เหยด มันกลายเป็นบล็อคคอมมูไปหรือยัง /ยัง เพราะเรายังอู้ สิงแต่ทวิต ฟืดดด/
ขอมาแต่แฟนฟิคก่อนนะคะ.../ฟืดดดด/จริงๆวาดเป็นการ์ตูน(??)ไว้ด้วยนะ...
แต่ยังไม่เสร็จว่ะ เพิ่งวาดเมื่อสองวันก่อน มันจะเสร็จได้ไง #เชรี่ยมนี่อู้ตลอด#ปั่นในคาบเรียนด้วยนะ
การ์ตูนจริงๆนะเว้ย ไม่ใช่ศิลปะภาพโบราณบนฝาผนังถ้ำ แสรดดดด
อนึ่ง : ขึ้นชื่อว่าแฟนฟิค แต่ตูก็พิมพ์ในมือถือมาก่อน ดังนั้นเป็นฟิคที่...ประหยัดตัวหนังสือ
อย่างยิ่งยวดประหนึ่งบ้านยากจนไม่มีเงินค่าพิมพ์ดีด จนต้องเขียนน้อยๆ เน้นหลักเอา
คือจะบอกว่ามันไม่ยาวมาก...เราพยายามตัดคำไม่ให้ยาวเกินไป ขนาดเราไล่อ่านการบ้าน
ของคนอื่นบางคนแล้วแล้วยังแอบสงสารศจ.ที่ต้องอ่านตรวจทั้งหมดเลยว่ะ../พราก/
-------
อสอง : เนื่องจาก...เมื่อวันที่30เราเขียนในโน๊ตเป็ด(ชอบเขียนในโน๊คเป็ด..)ไป95 %
แล้วดราฟในเอ็กทีนแค่ครั้งแรก....โน๊คเป็ดไปแล้ว....#จบ ส่งไม่ทัน ถือซะว่าอ่านเล่นนะ 5555555
อสาม : ทำไมน้ำตาไหลล่ะเนี้ย?
อสี่ : ยังปั่นทันเว้ยเฮ้ย!?
-------
[วันที่ 1 ]
".............."
ของที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องคือผงชักนำจิตใต้สำนึกหนึ่งส่วน เส้นผมสีดำและคทาที่ทางบ้านเพิ่งส่งมาให้
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอไลลากับวีนัสเท่าไหร่ ต่างคนต่างก็ยุ่ง ถึงแม้ว่าจะเสียดายหน่อยๆก็เถอะ
แต่ไม่เป็นไร แค่ลองนิดๆหน่อยๆเท่านั้น คงไม่เป็นอะไรหรอก
"จิตใต้สำนึกหมายถึงอะไรนะ?"
ฉันได้แค่สงสัยเท่านั้น
หยิบไม้คทาขึ้นมา แล้วตั้งสมาธิ...ขั้นตอนสมาธิของฉันอาจจะดูน่าสงสัย แต่ฉันเป็นพวกต้อง..เอ่อ
ต้องทำ 'อะไร' บางอย่างก่อน ถึงจะมีสมาธิได้น่ะ ขอโทษด้วย...
ฉันหลับตาลง...แล้วขับขานบทเพลง 'เรื่องราวของนิทาน'
[ กาลครั้งหนึ่ง ในห้วงนิมิตฝัน
ในภวังค์วันคืนสิเน่หา
ข้าร่อนเร่ข้ามกาลช่วงเวลา
ผ่านจันทรา หมู่ดาว และความตาย
ในราตรียินเสียงกระซิบพราย
หากเจ้าหมายคำตอบจักตอบให้
แต่อย่างไร เจ้ารู้อยู่แก่ใจ
กระจกไซร้ สะท้อน ภาพแห่งตน
เสียงกระซิบครวญพร่ำให้สับสน
ในวังวนห้วงฝันคะนึงคิด
หากท่านพิจจำนงเงาแห่งจิต
ข้าคือมิตรในยามราตรีกาล
ข้าจากจรจากแดนเพื่อเล่าขาน
ในนิทานเรื่องราวแห่งความหวัง
เพียงเพื่อทราบคำตอบแห่งภวังค์
ว่าข้าหวังสิ่งใด ช่วยตอบที,,, ]
----------
ทันทีที่ลองไป...กลุ่มหมอกสีขาวก็ลอยฟุ้งเต็มห้อง
"หวังว่า...จะสำเร็จนะ" /ตึกตักตึกตัก/
เสียงหัวใจเต้นรัว พยายามเพ่งสายตามองไปที่โต๊ะ
หมอกสีขาวอ้อยอิ่งค่อยๆจางหายไปแบบช้าๆ...
"............" ลองจ้องบนโต๊ะที่เคยมีผงชักนำจิตใต้สำนึกกับเส้นผมดูดีๆแล้ว...
"โบ๋เบ๋จริงๆด้วยแฮะ... (・_・、) " ฟืดดดดดดดดด....
ถึงแม้ว่าฝีมือด้านเวทย์มนต์จะไม่คงที่มากเท่าไหร่นัก แต่เดิมทีก็คิดว่าน่าจะพอเสกอะไรมาบ้างได้แท้ๆ
"ช่างมันเถอะ ยังไงซะไว้ค่อยลองอีกทีก็ได้" ฉันยิ้ม แน่นอน เมื่อผิดพลาดเราต้องให้กำลังใจตัวเองสิ
แต่แล้วก็มีมือของใครสักคนเอื้อมมากอดจากด้านหลัง
[ นั่นใคร? ]
เงาที่เห็นจากกระจกคือเงาของเด็กคนหนึ่ง
เด็กผู้หญิงผมสั้นดำสนิท ตาสีม่วง ผิวขาวในชุดกระโปรงสีดำและปีกสีขาว
'เธอ' คนนั้นแย้มรอยยิ้มให้
"ไง...ดีใจที่ได้พบเธออีกครั้งนะ..."
เสียงหวานใสเอ่ยกระซิบข้างหู
"..........ตัวตนอีกครึ่งหนึ่งของฉัน"
[วันที่ 2]
ภาชนะของวิญญาณคือร่างกาย ที่คุมขังสัญชาตญาณคือศีลธรรม
"เธอน่ะ คิดจะกักตัวตนไว้ในกรอบแบบนี้หรือไง? เธอมันก็แค่เด็กขี้ขลาดเท่านั้นล่ะ"
มาสิ เดินเข้ามาสิ จากจุดสูงสุดของสวรรค์ลงสู่ต่ำใต้แห่งขุมนรก
"เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ โลกนี้น่ะ ไม่มีทั้งความดี ไม่มีทั้งความชั่ว ยังไงซะเราเป็นฝ่ายถูกอยู่ดี"
ทูตแห่งสรวงสวรรค์ที่ถูกเด็ดปีกแห่งนภา
"พระเจ้า...หึ! ไม่มีหรอก ของพรรค์นั้นน่ะ!!"
โลกนี้น่ะ จะเป็นสวรรค์หรือขุนรกกันแน่นะ?
ลืมตาตื่นในยามเช้าอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ในยามเช้าช่างน่ารำคาญใจ
".......ฝัน?" ฉันฝันถึงคำพูดของจิตใต้สำนึกเมื่อวาน
นั่นคือฉันในวัยเด็กอย่างนั้นเหรอ...
'ปีกสีขาวของเทพธิดาและรอยยิ้มอย่างผู้สูงศักดิ์'
.....นั่นน่ะ ช่างน่ารังเกียจ
"ครั้งนี้...จะได้อะไรนะ?" ครั้งนี้หัวใจฉันไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว
ฉันหวาดกลัว...และ....
"...น่ารังเกียจชะมัด"
[ วันที่ 3 ]
เอ๋? ทำไมล่ะ ทำไมล่ะ
เธอน่ะ เป็นคนที่เห็นหมดทุกสิ่งทุกอย่างแท้ๆ ทำไมถึงไม่พูดล่ะ
กลัวสินะ เธอน่ะมันน่ารังเกียจ!
อีกครั้งในยามเช้าที่ต้ิองตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดวิตก
สิ่งที่เสกได้ในจิตสำนึกครั้งที่สองคือผลไม้สีแดงแสนสวย....เปลือกนอกที่ดูสวยงาม แต่ไม่ทันไร
เจ้าหนอนแมลงที่อยู่ภายในก็ออกมากัดกินจนหมด
"เหมือนกับ...ฉันเลยสินะ?"
ฉากภายนอกที่ดูสดใส แต่ภายในกลับเน่าเฟะ
"ครั้งนี้..............ครั้งสุดท้ายสินะ"
ดวงตาสองสีจับจ้องไปเบื้องหน้า แย้มริมฝีปากออกบางๆ
[ สิ่งแรกที่เรียกจากจิตใต้สำนึกคือ ความหยิ่งทระนง ]
[ อย่างที่สองคือผลไม้สีแดงแห่งความริษยา ]
" อดัมสามารถกินผลไม้ได้จากทุกต้นในสวน แต่พระเจ้าทรงห้ามเพียงต้นเดียว
บาปแห่งการไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า คือความตาย "
กลุ่มหมอกสีขาวเริ่มลอยฟุ้งเต็มห้องอีกครั้ง
"หือ...? งูสินะ.."
"แอเรียส ไอเซนฮาวน์ ปี1 ปราการปราชญ์เจ้าค่ะ" ฉันยิ้มอีกครั้ง
---------
จบ!! เดี๋ยวมาอธิบาย!
--------
มาแระ... งงกันสินะ งงกันสินะ!! #คนพิมพ์ยังงงเลย ฟืดดดดดดดดดดดดด
ความจริงแล้วที่เวิ่นๆห่างๆนี่กะจะเอาคอมมิคมาเสริมทีหลังน่ะค่ะ.../เมื่อไหร่วะ?/
เหตุครั้งแรก :: เพราะ "สงสัย" ค่ะ สงสัยว่ามันคืออะไร จิตใต้สำนึกในขณะนั้นเลย...
สรุปครั้งแรก : คือตัวเองในสมัยเด็กค่ะ แต่ที่มีปีกเพราะในความคิดตอนนั้นคือ "อยากมีอิสระ"
แล้วหายไปไหน?........โดนสลายไปเรียบร้อยค่ะ เพราะมีเรื่องตีกันนิดโหน่ย...#ซึ่งตูขี้เกียจเขียน
เหตุครั้งสอง :: แอเรียสเอาแต่พูดว่า "น่ารังเกียจ" ค่ะ แล้วสิ่งที่แอเรียสรังเกียจ..เอ่อ...
สรุปครั้งสอง : แอปเปิ้ลที่มีแค่หนอนแมลง.. ---> เผาทิ้งม่าง...
สรุปครั้งสาม :: ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมได้งูออกมา...เพราะเจ้าตัวนึกถึงงูที่ล่อให้อดัมเอวากินผลไม้มั้ง?
-----------
ลดระดับความรุนแรงลงมากพอสมควร ฮา...
แทงคิ้วมากนะจ๊ะ แม่แอร์เมสกับแม่คาร์มิลล่า ที่ช่วยเก็บผ้าเช็ดหน้าและข่มขู่ให้(??)
edit @ 30 Nov 2011 23:49:19 by สาววายxทรายรัตติกาล
edit @ 30 Nov 2011 23:50:39 by สาววายxทรายรัตติกาล
edit @ 1 Dec 2011 00:03:05 by สาววายxทรายรัตติกาล